วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2559

พ่อท่ายย้อย วัดอิมอญ (พระครูย้อย ขนฺติพโล)
เรื่องเล่าพระพุทธเจ้าหลวง เสด็จพระราชทานเพลิงศพเจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่
จากคำบอกเล่าของ พระครูย้อย ขนฺติพโล
   พระครูย้อยขนฺติพโล (ย้อย หนูแก้ว) อดีตเจ้าอาวาสวัดอมรานุยุตต์ อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นบุตรนายชู-นางดำ หนูแก้ว บ้านศาลาแก้ว ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้บวชครั้งแรกสมัยเป็นหนุ่มที่วัดโคกพิกุล ตำบลทรายขาว อำเภอหัวไทร มีพระครูนิโครธจรรยานุยุตต์ (พรหมแก้ว) อดีตเจ้าคณะอำเภอหัวไทร เป็นพระอุปัชฌาจารย์ บวชครั้งหลังในงานฌาปนกิจศพของท่านอาจารย์พระครูนิโครธจรรยานุยุตต์ (บวชหน้าไฟ) เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๑ และตั้งใจจะบวชตลอดชีวิต ตอนแรกจำพรรษาที่วัดโคกพิกุล สอบได้นักธรรมตรี จน พ.ศ. ๒๔๙๓ ญาติๆ ได้นิมนต์ไปจำพรรษาที่วัดอิมอญ รักษาการเจ้าอาวาส ๑ ปี แล้วได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดอิมอญ ท่านได้ขอเปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดอมรานุยุตต์ โดยเปลี่ยนคำ อิมอญ เป็น อมร และเอาคำ นุยุตต์ จากท้ายนามสมณศักดิ์พระครูนิโครธจรรยานุยุตต์ มาเพื่อเป็นที่ระลึกถึงท่านพระครูนิโครธฯ จึงเป็น “วัดอมรานุยุตต์” ท่านได้มรณภาพที่วัดอมรานุยุตต์ เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๑๗ อายุ ๘๓ ปี
ผู้เขียน เป็นหลานคนหนึ่งของท่านพระครูย้อยขนฺติพโล ได้ขอให้ท่านเล่าประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของท่านให้ฟัง และได้บันทึกเทปไว้เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๑๓ ขณะนั้นท่านมีอายุ ๗๙ ปี ท่านก็เล่าไว้หลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ พระพุทธเจ้าหลวงได้เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานเพลิงศพเจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่ และ ม.ร.ว.หญิง เป็นเรื่องที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง จึงขอนำมาเล่าสู่กันฟังจากคำเล่าของท่าน ซึ่งเล่าไว้เป็นภาษาใต้ ขอถอดเทปคำต่อคำโดยไม่มีการดัดแปลงใดๆ ทั้งสิ้นดังนี้
   “จะเล่าประวัติเจ้าพระยานครให้ลูกหลานฟัง เมื่อคราวครั้งยังเป็นเด็กๆ เมื่อหนุ่มๆ อายุข้าพเจ้าได้ ๑๕-๑๖ ปี ยังไว้หัวเปีย คุณพ่อชูหนูแก้วได้เข้าเลกวัดกับเขาด้วยเพราะว่าพ่อท่านครูหนัง วัดศาลาแก้วนั้นได้เข้าไปอยู่วัดหน้าพระบรมธาตุเมื่อต้องอธิกรณ์ มีท่านพระครูพิศาล ฯ (ร่ม) เป็นผู้จัดการในพระบรมธาตุอีกครั้งหนึ่ง ได้ขอเลกวัดกับท่านครูพนังสัก ๑๐๐ คนเพื่อมิให้ถูกราชการ พอดีคุณพ่อชูได้เข้าเลกวัดกับเขาด้วย
   ต่อมา พ.ศ. ๒๔๐๐ เศษเท่าใด ข้าพเจ้าจำไม่ได้ พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ ๕ ท่านจะเสด็จมาเมืองนคร เพื่อมาทำศพเจ้าคุณข้างใน ท่านมีบารมีมาก ท่านจัดสร้างวัดไว้หลายแห่ง มีวัดมฅเหยงคณ์เป็นตัวอย่าง และท่านได้สร้างกันมาด้วยมือตนเอง ซึ่งเป็นย่าของพระยาวรเดชเดโชสิงหราช
   ตามประวัติคนเฒ่าเล่าว่า พระยาเดโชขึ้นลาถึง ๓ ครั้ง พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ ๕ ว่าจะเสด็จมาทำบุญด้วย ครั้งนั้นคุณพ่อชูให้ข้าพเจ้าไปทำงานแทนที่นครเพาะแกจะมาไถนาที่อ่าวเผือก ท่านครูพนังก็จัดเรียกตัวให้เข้าไปทำงานอยู่ ๑ เดือน ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินจะเสด็จมาในเดือน ๗ ข้างแรม ข้าพเจ้าจำไม่ได้ และเมื่อสมัยก่อนนั้นไม่มีทางรถ เสด็จมาทางเรือไฟ ๓ ราตรี ถึงปากพูน จึงท่านเสด็จมาด้วยเรือเมล์ขึ้นที่ท่าแพ เสด็จขี่รถม้าคู่พร้อมทั้งพระเจ้าน้องยาเธอและพระหน่อทั้ง ๑๐ พระองค์ มีทหารขี่ม้านำหน้านุ่งชุดขาว ทหารวังหลังนุ่งชุดเขียว พระเจ้าแผ่นดินทรงนุ่งผ้าม่วงแสด เสด็จมาถึงวัดพระบรมธาตุมีมโนราห์มุก และพรานหีดออกรับเสด็จ เต้นรำที่ป่าทราย ได้รับรางวัลขันเงินและขันทอง ครั้นต่อมาพระพันปีหลวงเสด็จมาทีหลัง ทรงช้างถึง ๒๐ ช้าง เสด็จมาถึงวัดพระบรมธาตุ เมื่อเข้ากับเกยช้างแล้ว พระเจ้าแผ่นดินเสด็จขึ้นไปยกพระพันปีหลวงให้ลงมาจากเกยช้าง ข้าพเจ้านับได้ ๒๐ ช้าง ช้างเชือกหนึ่งมีมเหสีของพระเจ้าแผ่นดินทรงข้างละ ๒ องค์ รวมพระนางได้ ๔๐ องค์
    ครั้นต่อมาวันที่ ๒ เป็นวันถวายพระเพลิงศพของคุณย่า พระยาวรเดชเป็นเจ้าภาพ พระเจ้าแผ่นดินพร้อมทั้งพระพันปีหลวงเป็นประธานได้รับสั่งให้หาตัวพวกเลกวัด ๑๐๐ คนมาถือธงนำหน้าแห่ศพไปเผาที่หน้าพระเมรุ พวกเลกวัดได้รับรางวัลข้าวห่อคนละโทง เมื่อพระเจ้าแผ่นดินได้จุดพระเพลิงศพแล้ว พระยาขนทวน พระยานครเจ้าเมือง ก็ให้รางวัลลูกโกกับพวกเลกวัดคนละ ๒ ลูก บางคนไม่รู้ว่าอะไรอยู่ในลูกโกนั้นจึงยื่นให้เพื่อนเสีย ที่จริงท่านฝังไว้ข้างในนั้นคือเงินเฟื้อง ครั้นต่อมาวันที่ ๓ พระเจ้าแผ่นดินเสด็จมาปากพนัง มาตั้งศาลเมืองตัดสินจนกระทั่งทุกวันนี้.."
   การเสด็จพระราชดำเนินนครศรีธรรมราชของพระพุทธเจ้าหลวงในครั้งนั้น นับเป็นการเสด็จมาเป็นครั้งที่ ๕ ระหว่างวันที่ ๓-๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๘ และวันที่ ๘ กรกฎาคม นั้นได้เสด็จประพาสปากพนัง ทรงเปิดศาลาปากพนังและเสด็จโรงสีไฟโค้วฮักหงี ที่บางนาวด้วย แล้วเสด็จกลับขึ้นเรือมหาจักรี เวลา ๒๐.๐๐ น. เสด็จกลับกรุงเทพมหานคร
    การเสด็จครั้งนั้นมาด้วยเรือมหาจักรี จากกรุงเทพฯ ๓ วัน ๓ คือถึงอ่าวนครฯ จอดเรือที่ปากพูน แล้วเสด็จด้วยเรือยนต์เล็กเข้ามาถึงท่าแพ แล้วเสด็จด้วยรถม้าพระที่นั่งเข้าสู่ตัวเมืองนครศรีธรรมราช วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๔๘ มีข้าราชการและประชาชนรับเสด็จเป็นจำนวนมาก เสด็จนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์มีมโนราห์มุกและพรานหีดรำถวายบนพื้นทราย หน้าพระอุโบสถวัดพระบรมธาตุ ได้รับพระราชทานขันเงินขันทองเป็นที่ระลึก
พระพุทธเจ้าหลวงพร้อมผู้ตามเสด็จ ได้แก่ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง เจ้าจอมมารดา-จอมมารดา รวม ๔๐ องค์ พระโอรสธิดา รวม ๑๐ พระองค์ พระเจ้าน้องยาเธอ โดยเฉพาะสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งท่าน (พระครูย้อย) จำไม่ได้ เสด็จด้วย
คำที่พระครูย้อยเล่าว่า “เจ้าคุณข้างใน” นั้น ได้แก่ เจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่ ในรัชกาลที่ ๓ ซึ่งเป็นธิดาคนโตของ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยหรือน้อยคืนเมือง) ที่ท่านเล่าว่าเป็นย่าของพระยาวรเดชนั้น
    อยากทำความเข้าใจว่า งานพระราชทานเพลิงศพในครั้งนั้นมี ๒ ศพ คือ ศพเจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่ กับ ศพ ม.ร.ว.หญิง ซึ่ง ม.ร.ว.หญิงนั้น เป็นมารดาของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) เป็นย่าแท้ๆ ของพระยาวรเดชศักดาวุธ (แย้ม ณ นคร) เพราะพระยาวรเดชฯ เป็นบุตรของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) ส่วนเจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่ ท่านเป็นพี่สาวของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อยกลาง) ซึ่งเป็นบิดาของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) เจ้าจอมมารดาน้อยใหญ่จึงมีศักดิ์เป็นคุณย่าของพระยาวรเดชเช่นเดียวกัน (เป็นพี่สาวของปู่) ท่านผู้อ่านโปรดทำความเข้าใจให้ดี
    คำเล่าของพระครูย้อยที่ว่า พระยาเดโชขึ้นลาถึง ๓ ครั้ง นั้น หมายถึง พระยาวรเดชศักดาวุธ (แย้ม) ซึ่งต่อมาได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาสีหราชเดโชชัย ได้ขึ้นกราบบังคมทูลลาพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ถึง ๓ ครั้งแต่ทรงยังยั้งไว้ เพราะต้องการเสด็จมาพระราชทานเพลิงศพด้วยพระองค์เอง
พระครูย้อยเล่าว่า ท่านได้ร่วมถือธงนำขบวนแห่ศพไปเผาที่หน้าพระเมรุ ซึ่งตั้งในวัดสวนป่าน การแห่ศพได้แห่จากภายในจวนท่านเจ้าเมือง ซึ่งอยู่ในบริเวณศาลจังหวัด และศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบันไปยังวัดสวนป่าน ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ โดยตั้งเมรุพระราชทานเพลิงที่นั่น
    ที่ท่านเล่าว่า “พระยาขนทวนพระยานครเจ้าเมือง” นั้นหมายถึง เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) เจ้าเมือง เล่ากันว่ามีขนตามร่างกายลักษณะทวนขึ้นมาไม่เหมือนขนของคนทั่วไป คนเมืองนครฯ จึงให้นามว่า “พระยาขนทวน” ได้ให้เจ้าหน้าที่แจกข้าวห่อคนละ ๑ กระทง (โทง) และให้ของขวัญเป็นเงินเฟื้องใส่ในตะกร้อสานด้วยใบมะพร้าว (ลูกโก) รูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ คนละ ๒ ลูก ซึ่งผู้รับบางคนไม่ทราบว่ามีอะไรอยู่ข้างในจึงให้เพื่อนไปเสีย

+++++++++++++++ปาล์มหัวไทร++++++++++++++++++
ข้อมูลจาก : หนังสือ สารนครศรีธรรมราช หน้า ๒๙-๓๓ ปีที่ ๔๑ ขอขอบคุณผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยวและกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กรุณาอนุเคราะห์ข้อมูล
พิธีพุทธาภิเษก วาระแรก ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๘
พระครูประดิษฐ์ศาสนการ (นงค์ ชยวํโส) วัดทุ่งตาอิน อ.เขาคิฌชกูฏ จ.จันทบุรี
พิธีพุทธาภิเษก วาระสอง ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๘
พระมงคลวรากร (ชาญ อิณมุตฺโต) วัดบางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
พิธีพุทธาภิเษก วาระสาม ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๘
พระครูวิมุติธรรมาภิรม (ส่วน ปริมุตฺโต) วัดหนองคล้า อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

เหรียญเม็ดแตง พ่อท่านย้อย ขนฺติพโล วัดอมรานุยุตต์ (อิมอญ) จ.นครศรีธรรมราช
ที่ระลึก "กฐินรวมศรัทธาสามัคคี ๒๕๕๘" เนื้อทองแดง จัดสร้าง ๔,๙๙๙ เหรียญ
แจกฟรี!! ในวันทอดกฐิน





เหรียญเม็ดแตง พ่อท่านย้อย ขนฺติพโล วัดอมรานุยุตต์ (อิมอญ) จ.นครศรีธรรมราช
ที่ระลึก "กฐินรวมศรัทธาสามัคคี ๒๕๕๘" เนื้อทองเหลือง จัดสร้าง ๔๙๙ เหรียญ



เหรียญเม็ดแตง พ่อท่านย้อย ขนฺติพโล วัดอมรานุยุตต์ (อิมอญ) จ.นครศรีธรรมราช
ที่ระลึก "กฐินรวมศรัทธาสามัคคี ๒๕๕๘" เนื้อเงิน จัดสร้าง ๒๙๙ เหรียญ

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2559

เหรียญเม็ดแตง พ่อท่านย้อย ขนฺติพโล วัดอมรานุยุตต์ (อิมอญ) จ.นครศรีธรรมราช
ที่ระลึก "กฐินรวมศรัทธาสามัคคี ๒๕๕๘" เนื้อทองคำ จัดสร้าง ๕ เหรียญ